วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

92 ข้อในการเปิดทำธุรกิจ

  1. คุณจะต้องขายสิ่งทีตลาดต้องการไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากจะขาย
  2. ต้องเป็นสิ่งที่ตัวเองถนัด
  3. สิ่งที่จะทำ ต้องขายส่งได้ด้วย เพราะขายปลีกมันไม่รวย แล้วมันกระจายจุดไม่ได้. ถ้าของเราขายส่งได้ มันสามารถไปอยู่ได้ทุกมุมโลก
  4. ของที่เราขายส่งได้ ในระยะยาว เราต้องเป็นผู้ผลิตเองได้
  5. สิ่งที่เราขาย ต้องไม่ใช่สิ่งที่เหมือนๆๆกันแล้วแข่งเพียงแต่ราคา เช่นไข่ไก่. แต่เสื้อยืดคุณขายดีไซน์ไอเดียได้
  6. สิ่งที่คุณจะขาย ต้องมีจุดแข็ง ที่เป็นจุดแข็ง ที่ไม่ใช่คำว่า ราคา คุณภาพ บริการ แต่มันต้องลึกกว่านั้น
  7. คุณต้องตอบให้ได้ว่า ทำไม ลูกค้า ต้องซื้อสินค้าคุณ ทำไมเค้าต้องไม่ไปซื้อคู่แข่ง
  8. คุณต้องรู้ว่า กลุ่มเป้าหมายคุณคือใคร แล้วทำเลนั่นมีกลุ่มเป้าหมายคุณมีไหม
  9. คุณจะเป็นใครในตลาด รวมๆๆหมายถึง คุณจะขาย สินค้าระดับไหน ราคาระดับไหน ภาพลักษณ์คุณระดับไหน
  10. ร้านอาหาร ข้าวมันไก่เหมือนๆๆกันแต่ทำไมร้านนี้คนเต็ม อีกร้านไม่มี ลูกค้า. เวลาคุณเดินผ่าน คุณจะเลือกเข้าร้านที่คนเยอะ แม้คุณจะไม่เคยกิน แต่คุณจะคิดว่าร้านนี้ต้องอร่อยคนจึงเต็ม. คุณจะทำยังไงให้ร้านคุณ ลูกค้าผ่านครั้งแรกแล้วอยากเข้า
  11. คุณต้องสร้าง ระบบ ที่ระบบนั่นไม่ได้ยึดตัวคุณ แต่ดำเนินการด้วยตัวมันเอง คุณเพียงเป็นคนตรวจคุมระบบ
  12. อะไร จะเป็นจุดแข็งคุณ เมื่อมีคนอื่นมาเป็นคู่แข็ง หรือมีคนมากอปปี้. คุณจะทำยังไง. คุณต้องมีจุดแข็งตรงนั้น เพราะ ธุรกิจเป็นระบบเสรี.
  13. การลดต้นทุน คือกำไรอัตโนมัติ คุณขายได้1,000หน่วย ลดต้นทุนได้2บาท เท่ากับว่าคุณกำไรตั้งแต่ยังไม่ขาย 2,000แล้ว
  14. พนักงาน คือสิ่งที่สำคัญ. ถ้ายิ่งพนักงานอยู่นานเท่าไร เท่ากับปะสบการณ์ ยิ่งมาก สามารถ จบลูกค้าได้ง่าย คุณจะทำยังไงให้ พนักงานอยู่นานที่สุด
  15. คุณจงคำนวณ ยอดขายต่ำสุดในช่วงโลว์ซีซัน แล้วหาจุดคุ้มทุน ถ้าช่วงโลว์สุดยังกำไร ก็ตัดจุดเจ๊งได้เลย
  16. คุณจะต้องสำรวจตลาดเสมอ เพราะ การตลาด เพียงแค่คุณหยุด คู่แข็งคุณก็ก้าวล้ำคุณไปแล้ว. ถ้าคู่แข่งคุณหยุด แล้วคุณพัฒนา คุณก้าวล้ำ2ก้าว
  17. ในวิกฤติ มีโอกาสเสมอ ในช่วงโลว์ ทุกคนหยุดกิจกรรมเสมอ. เพียงคุณกระตุ้นแผนการตลาด ลูกค้า ก็รับรู้ง่าย
  18. ในช่วงตลาดโลว์ ลูกค้า เดิมๆๆจะขายไม่ดี. จะเริ่มหาเจ้าใหม่ นั้นคือโอกาสของเราเสมอในตลาดโลว์
  19. จงแยกแยะลูกค้า ชั้นดี ชั้นกลาง ชั้นแย่. เพราะ ลูกค้า ทุกคน สัดส่วนซื้อไม่เท่ากัน ตามกฎ20/80 คือ ลูกค้า สัดส่วน20% แต่เป็นกำไนของร้าน80%
  20. เมื่อคู่แข่งแข่งราคา คุณจงอย่าแข่งราคาจนไม่มีกำไร เพราะธุรกิจต้องการกำไร
  21. วันที่คุณขายไม่ดี อย่าโทษตลาด เพราะในวันนั้นก็มีคู่แข่งคุณที่ขายดี
  22. เวลาคุณขายไม่ดีอย่าเพียงแต่โทษตลาด เศรษฐกิจไม่ดี ฝนตก. แต่หันมาดูตัวเราเองแล้วถามว่า เราทำสินค้าตรงตามความต้องการ ลูกค้าไหม ราคาเราสมเหตุสมผลไหม บริการเราดีไหม
  23. อัตราขายส่ง เป็นสิ่งมหัศจรรย์ เพราะเมื่อเรามี ลูกค้า ขายส่ง เท่ากับว่า เรามีหน้าร้านเพิ่ม อัตโนมัติโดยที่เราไม่มีค่าเช่า
  24. ลูกค้า ส่งยิ่งมีมาก. สินค้าเราจะไม่เคยค้างสตอก เช่น เราผลิตต่อแบบ50หน่วยต่อแบบ. มีลูกค้าส่ง50เจ้า. ลูกค้ารับไปเจ้าละ1ตัว เค้าจะไม่รูหรอกว่าแบบนั้นขายไม่ดี
  25. ถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณจะทำอะไร ความคิดตัน คุณแค่เพียงก้าวเท้าออกไปจากร้าน แล้วไปในแหล่งที่ขายของแบบเดียวกับคุณ คุณอาจได้ไอเดียกลับมา.
  26. 26 ปันหา108 1000 9(ร้อย แปด พันเก้า)คุณจะบอกไม่รู้จะขายอะไร วิธีง่ายสุดคือ ก๊อปปี้ไง. คุณไปลอกเลียนแบบร้านค้าที่ขายดีแล้วคุณพอจะทำได้ในเบื้องต้น แล้วลงมือดู(แต่คิดเยอะๆก่อนทำ)
  27. ก่อนจะทำธุรกิจ อย่าไปลองผิดลองถูก คิดว่าเปิดๆๆไป ขายๆไปเดี๋ยวก็มีคนมาซื้อ. คุณวางแผนก่อนดีไหมว่า จะขายอะไร หาเหตุผลที่ลูกค้าจะซื้อ. เพราะเงินลงทุนมีจำกัด
  28. ถ้าคุณจะก๊อปปี้ มันก็เป็นทางลัด แต่ไปเปิดไกลๆๆนะ เพราะอาจโดนTeen. คนเขียนเคยโดนมาแล้ว
  29. คุณจงรับรู้ไว้ว่า ลูกค้าที่มาซื้อคุณ ไม่ใช่เพราะสินค้าคุณดีสุด ถูกสุด แต่เป็นเพราะตลาดมันไม่สมบูรณ์ด้านข้อมูล
  30. ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าที่ถูกสุด หรือแพงสุด หรือดีสุด แต่เค้าซื้อที่เค้าต้องการใช้ แล้วราคามันสมกับมูลค่าที่เค้าคิดว่าจะได้รับ
  31. ลูกค้า ประจำที่มาซื้อคุณ เค้าคือ LOYALTY CUSTOMER คุณจงดูแลเค้าให้ดี เพราะต้นทุนในการหา ลูกค้าใหม่ แพงกว่า5เท่าในการดูแล ลูกค้าเก่า
  32. คุณจงทำสินค้าที่ตอบสนอง ลูกค้าส่วนร่วม เพราะเมื่อคุณตอบสนอง ลูกค้า เพียงคนเดียวเมื่อไหร คุณจะเสียความ เป็นส่วนรวมในตลาด ถ้าสินค้าคุณไม่ใช่สินค้าเฉพาะกลุ่ม
  33. ถ้าคุณคิดว่าสินค้าคุณขายดีแล้ว แล้วคุณก็ผลิตแต่สินค้าเดิมๆๆ คุณเตรียมตัวตายได้เลย ถ้าสินค้าคุณเป็นแฟชั่น
  34. ถ้าสินค้าคุณขายดีในช่วงไฮ คุณจงคิดให้น้อย แต่ทำให้มาก แต่ถ้าคุณขายไม่ดีในช่วงโลวคุณจงคิดให้มาก แต่ทำให้น้อย
  35. กลยุทธ์ อาจใช้ได้ดีในช่วงไฮซีซัน แต่อาจแย่ในช่วงโลว์ซีซัน เพราะสินค้ามันมีวัฎจักร
  36. ถ้าคุณจะขยายสาขา จงมั่นใจว่าสาขา1คุณใช้เต็มประสิทธิภาพ. จงอย่าคิดแต่เพียงฉันอยากจะเปิด
  37. ถ้าคุณจะเปิดสาขา. จงใช้พลังของสาขา เพราะ มันไม่ใช่ 1+1 แต่มันเป็น3
  38. ถ้าคู่แข่งคุณมาใหม่แล้วทำให้ยอดขายคุณตก. คุณต้องรีบโจมตี ถ้าปล่อยไว้ระยะยาว คุณจะเสียอำนาจการแข่งขันในระยะยาว(แต่ขอให้โจมตีทางด้านการตลาด)
  39. ถ้ายอดขายคุณตก. คุณพึงสังวรณ์ไว้เลย ตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว
  40. คุณต้องมีสายตาในการประเมินคู่แข่ง มี3แบบ คือ
    1.คู่แข่งโดยตรงในตลาดเดียวกัน
    2.คู่แข่งโดยตรงในตลาดต่างกัน
    3.คู่แข่งไม่โดยตรงแต่กินเงินจากกะเป๋าลูกค้าเดียวกัน
  41. ลูกค้า คุณคือเครื่องยืนยันดีที่สุด ว่าเค้าซื้อคุณเพราะอะไร มีปากจงถาม ถาม ถาม เป็นวิธีประเมินตัวเองดีที่สุด.
  42. วิธีจะหาจุดอ่อนคู่แข็ง คุณก็ลองทำตัวเป็นลูกค้าโง่ๆๆไปลองซื้อสินค้าเค้า แล้วอะไรที่เค้าทำไม่ได้. คุณก็เอากลับมาเป็นจุดแข็ง
  43. ถ้าคุณจะขยายสาขา ขอให้มั่นใจว่าคุณจะดูแลมันทั่วถึง มิใช่ปล่อยให้ร้านค้านั้นกัดกินกำไรจากสาขาแม่ แล้วเป็นสาขาซากปรักหักพัง
  44. สินค้าที่จะทำเงิน คือสินค้าที่อยู่ในกะแส ที่คุณเป็นผูนำแฟชั่น จับทางให้ถูก ให้ไว แล้วตีให้ร้อน
  45. ถ้าคุณขายสินค้าไม่ออก อย่าไปโทษลูกค้า แต่คุณจงแน่ใจว่าของที่คุณขายมีคนใช้จริงหรอ. จงรีบ พัฒนาโดยเร็ว หรือ โยนมันทิ้ง แล้วหาสินค้าที่มันใช่ดีกว่า
  46. คุนอย่าริอาจผลิตสินค้า จนกว่าคุณจะมีลุกค้า เพราะคุณผลิตมาอาจทิ้งยกล๊อต. จงหาลูกค้า ให้ได้ก่อน แล้วค่อยผลิต
  47. อย่าริขายส่งเลย ถ้ายังขายปลีกไม่ได้ เพราะลูกค้าส่งก็คงเอาของคุณไปดอง เพราะคุณยังขายปลีกไม่ได้ คุณต้องพิสูจน์สินค้าตัวเองขายดีก่อน จะให้คนอื่นไปขายแทน
  48. ถ้าคุณจะขายส่ง คุณต้องคิดปัญหาแทน ลูกค้าส่งว่าจะเจอปัญหาอะไร. แล้วคุณจะผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ในตลาดให้ ลูกค้าแทน. ลูกค้าส่งมีหน้าที่ขาย คุณมีหน้าที่ผลิตของที่ตลาดยอมรับ
  49. กำไรคำนวณให้เป็น บางคนขาย100ต้นทุนสินค้า40 ค่าเช่า20 ค่าเด็ก10 กำไร30 คิดไปคิดมาก็กำไร แต่สุดท้ายเงินไม่เหลือในแบงค์. กำไรแบบนี้ซิมายา เงินที่อยู่ในแบงค์คือกำไร(ต้นทุนแฝงมีมากกว่าที่เราเห็น)
  50. ไม่มีใครเจ๊งจากการทำธุรกิจที่ไม่ได้ไปกู้มาหรอก แต่ที่เค้าปิดกิจการ เพราะเค้าไม่เห็นอนาคตมากกว่า เพราะก็ยังเห็นกินฟูจิกันอยุ่
  51. ธุรกิจคุณจะอยู่รอดได้ เพราะ ระบบวัตถุดิบ ระบบผลิต ระบบขนส่ง ระบบขาย อยู่ได้ คุณจงจ่ายในอัตราที่อยู่ร่วมกันได้ เพราะถ้าคุณรวยคนเดียว คนอื่นจน ซักวันคุณจะไม่เหลือระบบ แต่เมือคุณจ่าย คุณก็รับให้เต็มที่ ระบบมันจะแข่งแกร่ง GIVE & TAKE
  52. ถ้าคุณขายเอง ไม่ปล่อย ไม่ไว้ใจใคร คุณก็ขายเองไปจนตาย.
  53. ถ้าคุณคือสมองของระบบ จงอย่าเอาตัวลงไปขาย เพราะคุณจะไม่เห็นภาพกว้าง คุณไม่ได้จำเป็นต้องขายเก่ง แต่คุณมีพนักงานขาย แต่คุณต้องรู้รายละเอียด
  54. ถ้าคุณปล่อยร้านค้าไม่สนใจ อย่าอ้างว่าคุณคือเจ้าของ แล้วไม่ต้องเข้าร้าน แต่เวลาที่คุณไม่อยู่ร้านคุณขอให้แน่ใจว่า คุณยังดูภาพรวมตลาดอยู่
  55. ถ้าสินค้าคุณเป็นธุรกิจ no barrier of entry คือ คู่แข่งเข้ามาง่าย คุณจงคำนวณเวลาตายของธุรกิจไว้ด้วย เพราะคุณจะได้ไม่ประมาท หรือมองธุรกิจที่2
  56. คุนอย่าตัดสินใจเลือกทำเลที่ราคาเพียงอย่างเดียว เพราะราคาถูก คุณอาจขายของให้ผี แต่ถ้าค่าเช่าแพง ถ้ามันอยู่ในทำเลที่ดีขายแล้วมีกำไรพอใจ ก็เช่าไปเหอะ
  57. ก่อนจะเลือกทำเล คุณจงใช้เวลาไปเดินที่นั้น7ครั้ง. ดีกว่า จะมาอยู่เสียค่าเช่าฟรีๆๆ1ปี
  58. ถ้าคุณคิดว่าคุณจะเปิดร้านแล้ว ขายของที่ต้องตามแฟชั่น หรือคุณต้องไปเลือกของเอง หรือจับจ่ายของทุกวันเช่นขายอาหาร ขอให้มั่นใจคุณต้องชอบน่ะ. เพราะยิ้มโคตรเหนื่อย
  59. ถ้านโยบายคุณจะขายปลีก ขายส่งขอให้แน่ชัดกับทำเล เพราะถ้าคุณจะขายปลีกแล้วไปเปิดใน โบเบ้ สำเพ้ง คุณก็เตรียมตัวตาย จงรู้ตัวก่อนคุณจะขายที่ไหนที่เหมาะกับคุณ
  60. ราคาใครคิดว่าไม่สำคัญ งั้นจะมีราคา1ตัว ส่ง 3ตัว มีป้าย SALE SALE ราคายิ้มโคตรมีผลกับการตัดสินใจซื้อ ดังนั้นอย่าตั้งมั่วๆๆ แต่ข้อให้มีเหตุผล ว่าราคานี้ใครซื้อ และทำไมต้องราคานี้เพราะงั้นคุณคงได้ขายกันเองแน่ๆๆ
  61. ราคา 99 199 299 มันมีประสิทธิภาพนะ. ลองเข้าร้านKFCซิ
  62. อย่าใช้นโยบาย sale พร่ำเพรื่อ เพราะ เมื่อคุณไม่ลด ลูกค้าอาจไม่ซื้อคุณเลย ขอให้ทุกครั้งที่เซลที่จุดประสงค์เพื่อ โละสินค้าตกรุ่น หรือ เพื่อเพิ่มยอดขาย หรือโจมตีคู่แข่ง หรือ..??? เพราะผมซื้อS&P แค่วันพุธ
  63. คุณอย่าไปกังวลกับคุณแข่งที่ขายราคาโดยใช้แต่กลยุทธ์ราคา. เพราะลคูกค้ามีหลายระดับ ถ้าคุณไปยึดมาก คุณจะลดเกรด คุณภาพ ภาพลักษณ์ตัวเองจนไม่มีค่า. แต่ขอให้มั่นใจว่าสินค้าคุณ ราคากับมูลค่าสอดคล้อง
  64. สินค้าที่คุณขาย จงมีทางเลือกให้ลุกค้า ถ้าคุนอยากได้ยอดขายเพิ่ม หรือจบการขายได้. คุณเคยเห็นคนขายน้ำปั่นรสเดียวไหม หรือ ร้านอาหารตามสั่งมีเมนุเดียว. ยกเว้นคุณจะชำนาญแบบข้าวมันไก่ปะตูน้ำ
  65. คุณเคยโทษดวงไหม ทำไหมร้านนั่นคนเข้าเยอะ ร้านนี้คนเข้าน้อย ดวงมีส่วนนะ แต่ผมว่า สินค้า การตกแต่ง ราคา คุณมีผลมากกว่าดวง
  66. ถ้าคุณจ้างพนักงานขายจงมั่นใจว่าคุณจ้างพนักงานขายไม่ใช่ พนักงานไล่แขก
  67. ถ้ามีลุกค้าเข้ามาพร้อมกันไม่มีทางที่คุณจะดูแลจบการขายลุกค้าได้พร้อมกัน. จงประเมินความน่าจะเป็น งั้นคุณอาจคนเต็มร้านแต่เดินออกหมด. (เห็นลูกค้าแขก ให้สนใจลูกค้าสิงคโปร์)
  68. ถ้าลูกค้า ยังไม่เข้ามาเหยียบในพื้นที่ร้าน ลูกค้า มีสิทธิ์จะจากไป จงปล่อยให้เค้าเข้ามาก่อน เพราะเค้าสนใจจึงเดินเข้ามา. เมื่อเข้ามาแล้วก้อย่าปล่อยออกไป เพราะเมื่อเค้าเดินออกไป แสดงว่า เงินส่วนนั้นอาจตกไปเป้นของคู่แข่งแล้ว
  69. ถ้าคุณจะอยากจะขยายยอดขาย ก็มี4วิธีในการเพิ่มสินค้า เช่นขายเสื้อยืดผูชาย
    1. แนวนอน ก็ขายเสื้อยืดคอกลม คอวี สกรีนลาย เสื้อพื้นแขนสั้น แขนยาว (วัตถุดิบตัวเดียวกัน)
    2. แนวตั้ง เพิ่มเสื้อโปโล ชาย แจคเกต เสื้อฮู๊ด . (เพิ่ม ผลิตลาย ทางเลือก )
    3. แนวเมทริก เช่น ขายหมวก ขายรองเท้า ขายแว่นตา กางเกง ( เพิ่มส่วนประกอบเกี่ยวเนื่อง)
    4. แนวหลากหลาย เช่น ขายอะไรที่ไม่เกี่ยวกับตัวเดิมเลย เช่น ขาย ชุดราตรี ชุดว่ายน้ำ
  70. ถ้าคุณขายในแหล่งท่องเที่ยว ที่มีนักต่างชาติ แค่คุณพูด หนี่ฮาว จ๋ายเจี้ยน เซียเซี่ย คนจีนก็ซื้อคุณล่ะ
  71. ถ้าคุณคิดว่าจะเปิดร้านอย่าไปคิดหาสินค้า นวตกรรมใหม่ๆๆเลย ถ้าคุณไม่ใช่ สตีฟ จ๊อบ. คุณแค่เพียงหาช่องว่างในสินค้าเดิมๆๆ แค่นี้ก็ทำเงินล่ะ เพราะไม่มีร้านใหนสมบูรณ์แบบ ร้านใหญ่ไม่สนใจ ลูกค้ารายย่อย ร้านค้าใหญ่ๆๆมักบริการช้า. ไม่ดูแลบริการ
  72. ถ้าคุณหาช่องว่างไม่เจอ คุณก็แค่ วันไหนคุณหาซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ไม่ตอบสนองความต้องการคุณ นั่นล่ะช่องว่างล่ะ
  73. ถ้ากลัวเปิดแล้วเจ๊ง ลองหาเพื่อนร่วมธุรกิจ เพราะ ความรู้ของแต่ละคนอาจหลากหลาย รวมถึงเงินทุน
  74. ถ้าธุรกิจที่คุณเปิดร่วมลงทุน ถ้าขยายเติบโต จงแตกมันซะ ก่อนที่จะมาแตกแยก ส่วนใหญ่ช่วงแรกๆๆขาดทุน ก็ยอมๆๆกันไป พอมีกำไร ผลประโยชน์มักไม่ลงตัว ดังคำที่ว่า โตแล้วแตก แต่ถ้าใครไม่แตก ก็ทำต่อไป
  75. ถ้าคุณมีเป้ายอดขายคุนอย่าพยายามได้ลด. แต่จงพยายามหาวิธีที่จะได้ถึงเป้าหลายๆๆทาง เพราะไม่งันยอดขายคุณจะลดลงเรื่อยๆๆ
  76. ว่างๆๆหาหนังสือธุรกิจ การบริหาร การตลาดมาอ่านบ้าง มันจะเปิดมุมมองคุน เช่นRICH DAD POOR DAD รับรอง นารูโตะไม่มีสอนE S B I
  77. ธุรกิจที่ดีคุณต้องทำบันทึกยอดขาย รายวัน รายเดือน รายไตสมาส รายปี เทียบเดือนต่อเดือน ปีต่อปี งันคุณจะไม่รู้แนวโน้มตัวเอง
  78. สินค้ารอบตัวคุณ มันมีแผนการตลาดซ่อนอยู่หมดนั้นล่ะ เมื่อคุณซื้อหรือใช้บริการสินค้า คุณก็โดน มิสเตอร์การตลาดจัดการแล้ว ดังนั้นสินค้าที่คุณขาย จงใช้ตัวช่วยให้มันขายง่ายขึ้น โดย มิสเตอร์การตลาด
  79. ก่อนที่คุณคิดจะหาวิธีเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการตลาด. คุณขายของให้ได้ก่อนดีไหม. มีเงินเข้าดีกว่าเงินออกโดยที่ไม่มีรายได้ คือพยายามขายของโดยใช้ต้นทุนให้น้อยสุด
  80. ทำไม เฟรนฟาย KFC เล็กกว่า เหี่ยวกว่าของ Mc Donal. หรือเจ้าของไม่รู้ว่าลุกค้าบ่น เพราะ. ก็เหมือนกับว่าทำไมของบางร้านสวยไม่เท่ากับอีกร้าน หรือแพงกว่าอีกร้านก็ยังขายได้
  81. ทำไมสินค้าบางตัวในห้างถึงขายต่ำกว่าราคาทุนเช่นน้ำตาล น้ำมันพืช. เพราะ คุนคงไม่ได้ขับรถไปเพียงแค่ซื้อน้ำตาล. ดังนั้นราคาสินค้าในร้านคุนทำไมบางตัวถึงแพง บางตัวถึงถูก คิดก่อนตั้งราคา ตั้งถูกชีวิตเปลี่ยน
  82. คุนอย่าขายราคาที่กำไรต่อหน่วยเท่ากันหมด เพราะบางที่คนอ้วนก็ยอมจ่ายแพงกว่าน่ะ
  83. พื้นที่ขายต่อร้านค้า แปรผันต่อกำไร ถ้าคุนขายสิ้นค้าชิ้นใหญ่กำไรน้อย คุนก็ต้องใช้พื้นที่ ก็อย่าไปจ่ายค่าเช่าต่อ ตรม ละ10,000เลย ถ้าคุนไม่ได้ขายทอง. คำนวน พทต่อตรม ต่อราคาด้วย
  84. ผมขอเตือนถ้าคุนขายดี อย่าให้โดดเด่นมาก เพราะตลาดเสรี ไม่มีใครให้คุณฟันกำไรคนเดียวนานๆๆหรอก ยกเว้นเณรคำไม่ดังก็ฟันได้
  85. ปัจจัยการตลาด1อย่างอาจถูกต้อง แต่ไม่ถูกเวลา หรือต้องใช้การตลาดมากกว่า2 จงเลือกสรรพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  86. ขอให้มั่นใจว่าคุณขายที่ประสิทธิภาพของสินค้า มิใช่เปลือกนอก เช่น บรรจุภาพ การตกแต่ง ราคา ของแถม เพราะ ลูกค้า จะซื้อคุณแค่ครั้งเดียว
  87. นโยบาย เปลี่ยน คืน แลก ขอให้ชัดเจน เพราะคุณอาจเสียลุกค้าไม่ใช่เพราะสินค้า แต่เป็น ทะเลาะตบตีกันทีหลัง
  88. ทำไมโรงหนังขายป๊อปคอร์น แพงๆๆแต่คนยิ้มซื้อ. บางที่ของคุณในร้าน ลูกค้าเข้ามาเพราะชอบอันนี้ แต่ก็เบลอๆๆซื้อของแพงด้วย. เห็นไหม ขายแบบไม่เบลอ แต่ลูกค้าเบลอ. จงใช้อารมณ์ร่วมของลูกค้า อย่าทำให้ลูกค้า ใช้สมอง
  89. ถ้าลุกค้ามาเป็นกลุ่ม ขอให้ได้ปวดหัวเลย. เพราะยิ้มจะถามกันไปมา ซื้อไหม ไอ้คนจะตั้งใจซื้อ ก็เลยไม่ได้ซื้อ สรุปเดินออกกันไปแบบงงๆๆ. ถ้าจบรายตัวได้ให้รีบจบ งันต้องใช้กฎหมู่
  90. ถ้าคุณขายของแล้วเหลือสตอกทำยังไง ก็ลดราคาเท่าทุน หรือขาดทุน ดังนั้นขอให้รู้เลยคุณไม่มีทางขายของทุกชิ้นได้หมดแน่ ดังนั้นราคาที่ตั้งจงบวกส่วนสำรองตรงนี้ไปด้วย. สุดท้ายภาระตกที่ผู้บริโภค
  91. การขายของถูก ผู้ได้รับผลประโยชน์คือลูกค้า ยิ่งขายถูก ลุกค้ายิ่งกำไร ซัพพายเออรวยเอารวยเอา คนผลิตก็ผลิตกันไป สุดท้ายคนขายโดนค่าเช่ากินตาย. เจ้าของต้องหา BREAK EVEN POINTเป็นนะ จุดคุ้มทุน ดั่งคำว่าทำให้คนอื่นรวย
  92. เมื่อเปิดธุรกิจนานๆๆไป ลูกค้า จะเบื่อสินค้าเดิมๆๆ ลูกค้าจะบ่นว่ามีของใหม่ไหม พอเราบอกไม่มี ลูกค้าก็ไม่ซื้อ พอบอกมีใหม่ ลูกค้า บอกไม่ชอบก็ไม่ซื้อ. สรุป ยิ้มก็ไม่ซื้อ ดังนั่นคุณต้องหา CORE PRODUCTให้เจอ คือจุดที่ลูกค้ายังไงก็ต้องซื้อ เช่น ร้านข้าวร้านนี้ไม่อร่อยยังมีคนกิน รถเมลบริการห่วยก็ยังมีคนขึ้น.ดังนั้นเราต้องหาCORE PRODUCTให้เจอ ยิ้มรวย
ต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
กระทู้: จาก 300,000 เป็น 30,000,000 ใน 7 ปี
ลิ้งค์: http://pantip.com/topic/32712841

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น